technic-faceebook-vdoAds

เผย 3 เทคนิค ทำ Facebook VDO Ads อย่างไรให้ปัง!!!

เมื่อเฟซบุ๊กได้ออกมาสนับสนุนคอนเทนต์ประเภทวิดีโอ ให้มีค่าการเข้าถึง (Reach) และสร้างการมีส่วนร่วม (Engagement) ได้มากกว่าคอนเทนต์ที่เป็นภาพหรือข้อความอย่างเดียว  เราจึงเริ่มเห็นรูปแบบของโฆษณาประเภท VDO มากขึ้น ตามหน้าไทม์ไลน์ของผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก

วันนี้ผมมีเคล็ดลับดีๆ 3 ข้อ เพื่อเป็นแนวทางในการผลิตเนื้อหา สำหรับธุรกิจของคุณมาฝากครับ

01

หยุดปลายนิ้วคนดูให้ได้ ภายใน 10 วินาที

ยิ่งคุณดึงดูดความสนใจได้รวดเร็วเพียงใด แสดงว่าโฆษณาแบบวิดีโอของคุณดีเพราะผลการวิจัยของ Facebook และ Nielsen พบว่า ภายใน 3 วินาทีแรกของวิดีโอนั้นเป็นจุดตัดสินใจให้ผู้ชมเปิดคลิปหรือไม่ถึง 47% และเมื่อเปิดแล้วอัตราการรับรู้จะเพิ่มถึง 74% ภายใน 10 วินาที

ถึงแม้ว่า Facebook VDO Ads จะเพิ่มโอกาส ให้มีการแสดงโฆษณาให้เป็นอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้งานเลื่อนเจอในหน้าไทม์ไลน์ถือเป็นประโยชน์อย่างมากต่อผู้ผลิตเนื้อหา แต่เพียงแค่โอกาสคงจะไม่มีพลังเพียงพอ สำหรับ “การดึงความสนใจ”

ท่ามกลางสมรภูมิคอนเทนต์ที่มากมาย จึงจำเป็นต้องมีกลยุทธ์ 3 ประการ ครับ

  • เลือกภาพย่อ หรือ Thumbnail ที่แสดงถึงอารมณ์ หรือ ข้อความทีน่าสนใจที่สุด
  • เลือกภาพของบุคคลผู้มีชื่อเสียง หรือแบรนด์ขึ้นมานำเสนอ
  • ควรใส่ Subtitle เพราะข้อมูลจากเฟซบุ๊กเผยว่า 74 % ของผู้ชม จะดู VDO แบบไม่เปิดเสียงเพราะฉะนั้น การใส่ subtitle จะทำให้ผู้ชมมีความใจในเนื้อหาและใช้เวลาในการรับชมมากขึ้น
02

คิดเนื้อหาไม่ออก ให้ใช้สูตร EDIE

D

emonstrate
เป็นการนำเสนอเนื้อหาในลักษณะของการสาธิต ซึ่งปัจจุบันอาจจะรวมถึงการรีวิว ซึ่งเหมาะสำหรับแบรนด์สินค้าที่มีนวัตกรรม เทคโนโลยีอย่างมาก เช่น มือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อให้ทราบถึง ประโยชน์ ประสิทธิภาพ และความประหยัด

ในขั้นตอนอธิบาย พยายามอย่าใช้คำศัพท์ทางเทคนิคมาก แต่ควรเน้นไปที่ประโยชน์ของสินค้าที่จากแต่ละฟีเจอร์ที่ลูกค้าจะได้รับ จะทำให้ผู้ชมเข้าใจได้ง่ายมากกว่า

E

ducate
เป็นการนำเสนอเนื้อหาในลักษณะของ How to หรือ เคล็ดลับต่างๆ จัดเป็นเนื้อหาที่เป็นประโยชน์และดึงความสนใจจากผู้ชมได้สูง เพราะมีความเข้าใจง่าย คุณอาจจะเติมจำนวนขั้นตอนที่ชัดเจนใน Headline เพื่อให้ผู้ชมเข้าถึงจำนวนเวลาคร่าวๆ ที่เขาต้องรับชม เช่น 7 ขั้นเตรียมพาสปอร์ต ก่อนออกเที่ยวรอบโลก, 4 Step สู่ความเป็นมืออาชีพกับโปรแกรม Photoshop

หลังจากนั้น คุณอาจจะนำเสนอการลงทะเบียนหรือการสมัครเป็นสมากชิก เพื่อรับข้อมูลเชิงลึกหรือสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น อย่าลืมนะครับ คุณต้องทำให้ผู้ชมมีความรู้สึก

I

nform
เป็นการนำเสนอเนื้อหาเพื่อแจ้งข้อมูลข่าวสารที่ผู้ชมไม่เคยรู้มาก่อน เพื่อเพิ่มทักษะให้แก่ผู้ชมซึ่งในขั้นตอนนี้จะเป็นส่วนเพิ่มเติมมาจาก Education อีกหนึ่งขั้นตอน

ในกรณีที่สินค้าเรามีหลายฟีเจอร์ เราอาจจะแยกแต่ละฟีเจอร์ที่ซับซ้อนกันออกมาอธิบายเฉพาะแต่ละรายการอีกที อาจจะเป็นการพูดอ้อมๆ ทยอยให้เนื้อหาแก่ผู้ชมก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น เราทำแบรนด์ธุรกิจฟิตเนส เราอาจจะอธิบายเป็นส่วนๆ

วิธีการนอนที่ประสิทธิภาพส่งผลต่อน้ำหนักตัวอย่างไร?
อาหารอะไรบ้างที่ถือเป็นสุดยอดอาหารควบคุมน้ำหนัก?

E

ntertain
สำหรับในไทยแล้ว วิดิโอ ที่เป็นแนวกตัญญู ดราม่า ความรัก และ ตลก จะเป็นคลิปที่ได้รับความนิยมที่สุด คุณอาจจะคิดแก๊กหรือมุขตลกอย่างง่ายๆ เช่น ธุรกิจขายอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง อาจจะใช้การแอบถ่ายพฤติกรรมของสัตว์ ความน่ารักของสัตว์ เป็นต้น

ข้อควรระวังสำหรับเนื้อหาตลก

1. ระดับภาษาต้องสอดคล้องกับแบรนด์สินค้าและกลุ่มผู้ชมด้วย
2. ถ้าไม่แน่ใจในเนื้อหาหรือความต้องการผู้ชม พยายามหลีกเลี่ยงการเสียดสีหือโจมตีผลิตภัณฑ์ของผู้อื่น
3. หลีกเลี่ยง เชื้อชาติ สีผิว วัฒนธรรมอันดีงามของแต่ละสังคม<

03

Call to action

ขั้นตอนสุดท้ายแล้วครับ และสำคัญมากที่สุด เพื่อที่จะทำให้คลิปวิดีโอของเรา สมบูรณ์แบบและส่งผลในเรื่องของผลลัพธ์ทางการตลาดด้วย นั่นคือการใส่ Call to action หรือ ข้อเสนอต่างๆ เพื่อทำให้ผู้ชมคลิปได้รับทราบว่า “จะต้องทำอย่างไรต่อ เมื่อดูคลิปจบแล้ว” ขึ้นอยู่กับแต่ละแคมเปญด้วยว่าเราต้องการอะไร เช่น

  • ถ้าต้องการการสร้างการรับรู้ ก็อาจจะบอกให้ผู้ชมทำการ แชร์ , กดติดตาม
  • ถ้าต้องการ Lead ก็อาจจะบอกให้ผู้ชมทำการ กดลงทะเบียน กดสมัครสมาชิก
  • ถ้าต้องการให้มียอดขาย ก็อาจจะบอกให้ผู้ชมทำการ กดสมัครเพื่อรับคูปองส่วนลด หรือ รับผลิตภัณฑ์ทดลอง

3 เทคนิคที่เรารวบรวมมานี้หวังว่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อธุรกิจของท่านนะครับ

“หากมีข้อสงสัยประการใด สามารถเข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ ทางทีมงานจะรีบตอบกลับให้เร็วที่สุด ขอบคุณที่ติดตามครับ”