ERP on Any Cloud

Much more than a traditional ERP

เมื่อพูดถึงเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) และผลจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในธุรกิจ ตลอดจนการใช้ชีวิตประจำวันในปัจจุบัน ซึ่งคนส่วนใหญ่เข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลเกิดขึ้นได้อย่างไรและทำไมธุรกิจจึงจำเป็นต้องมีส่วนร่วมถึงผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงนั้นอย่างเต็มที่ ซึ่งเส้นทางในการเปลี่ยนแปลงกลายเป็นสิ่งที่ท้าทาย (Challenges) มากขึ้นเมื่อองค์กรพยายามนำวิธีการที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบดิจิทัลให้ได้มากที่สุด ทุกคนอาจจะสับสนกับบทบาทของเครื่องมือการเรียนรู้ในโลกปัจจุบันนี้ รวมทั้งความสำคัญของ Internet of Things, ศักยภาพในการวิเคราะห์, และสุดท้าย คือบทบาทที่แพร่หลายของระบบ Cloud ซึ่งความจริงนั้นก็คือ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะประเมินความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงนี้โดยไม่ต้องเชื่อมโยงกับเครื่องมือเหล่านี้ทั้งหมด รวมทั้งหากยังไม่ได้คำนึงถึงระบบ ERP ที่ทันสมัยซึ่งสามารถทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางดิจิตอลสำหรับองค์กรได้ โดยทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นนี้จะสามารถเริ่มและจบลงได้โดยแบบจำลองซึ่งสามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์บนระบบ Cloud

ERP on Any Cloud to Digital Strategies

Cloud ถือเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยขับเคลื่อนการทำธุรกิจยุคดิจิทัล (Digital Transformation) ให้กับธุรกิจอย่างรอบด้านซึ่งตอบโจทย์การใช้เทคโนโลยีและระบบงาน ERP ถือเป็นหัวใจสำคัญในการสนับสนุนการทำงานในองค์กรและเพื่อการพัฒนาธุรกิจโดยการใช้งานระบบ ERP on Cloud ทำให้องค์กรสามารถนำทรัพยากรที่มีทั้งหมดมาใช้อย่างเหมาะสม เป็นระบบและรวดเร็ว โดยธุรกิจสามารถกำหนดรูปแบบให้มีความยืดหยุ่นตามลักษณะการใช้งาน ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ง่าย มีให้เลือกทั้งการเช่าใช้หรือการจ่ายตามการใช้งานจริง “Pay-As-You-Go” โดยที่ไม่ต้องลงทุนเพื่อสร้างระบบก่อน

Why the cloud solution is growing

สาเหตุหลักที่ทำให้ Cloud Solution เติบโตอย่างมากในปัจจุบัน คือความเร็วอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อไม่กี่ปีก่อนเราจำเป็นต้องตั้งเซิร์ฟเวอร์เองเพื่อให้เข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วสามารถปรับปรุงข้อมูลได้จากเครือข่ายภายใน จนทุกวันนี้เมื่อความเร็วอินเทอร์เน็ตพื้นฐานของประเทศสูงขึ้นมากทั้งอินเทอร์เน็ตแบบมีสายลากใช้ตามบ้านและที่ทำงาน หรืออินเทอร์เน็ตไร้สายผ่านสมาร์ทโฟน ทำให้เราสามารถจัดการกับข้อมูลได้อย่างง่ายดายไม่ว่าจะอยู่ที่ใดของโลก โดย Cloud นั้นได้มีฐานอยู่ในประเทศไทยด้วยก็จะช่วยให้สามารถทำงานได้เร็วขึ้น ซึ่งเมื่อข้อจำกัดเรื่องตำแหน่งที่ตั้งลดลงเพราะอินเทอร์เน็ตสามารถเชื่อมโยงได้ถึงกันหมด จึงทำให้ผู้ให้บริการ Cloud สามารถเปิด IDC หรือ Internet Data Center เพื่อนำเซิร์ฟเวอร์มารวมศูนย์ให้อยู่ในที่เดียวกัน เปิดไฟ เปิดแอร์รักษาอุณหภูมิครั้งเดียว มีเพียงผู้ดูแลระบบสำรอง เครื่องปั่นไฟยามฉุกเฉิน ทำให้ระบบมีเสถียรภาพ ไม่เกิดปัญหาระบบล่ม ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ประหยัดต้นทุนได้มากขึ้น

ERP on Any Cloud จึงเป็นรูปแบบที่นำเอาทรัพยากรของระบบงาน ERP มารวมเป็นส่วนกลาง แล้วปันไปใช้ตามส่วนต่างๆ

 จุดเด่นของ ERP on Cloud solution  

นอกจากจะลดค่าใช้จ่ายจากการลงทุนซื้อและดูแล Data Center ของตัวเองแล้วยังช่วยลดปัญหาระบบล่มอีกด้วย เพราะจะมีระบบสำรองและคนดูแลในการให้บริการตลอดระยะเวลาที่องค์กรเลือกใช้บริการดังกล่าว รวมถึงยังมีความยืดหยุ่นในการใช้บริการด้วย ซึ่งผู้ใช้สามารถปรับเพิ่มหรือปรับลดความสามารถของ Server เสมือนบน Cloud ให้สอดคล้องกับความต้องการได้อย่างรวดเร็ว เช่น เปิดเว็บเกี่ยวกับดนตรีและกำลังจะเปิดให้จองบัตรศิลปิน ก็สามารถสั่งเพิ่มประสิทธิภาพของเซิร์ฟเวอร์เพื่อรองรับจำนวนคนจองบัตรได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทุนเพิ่มและรอซื้อเซิร์ฟเวอร์ใหม่นั้นเอง

โดยการทำระบบ ERP ขององค์กรไปใช้งานบน Cloud solution แบ่งได้ 3 ประเภท ตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน คือ

1. Public Cloud เป็นการใช้งานฮาร์ดแวร์, ซอฟต์แวร์ หรือแพลตฟอร์มผ่านอินเตอร์เน็ตไปยังผู้ให้

บริการหรือ Cloud Service Provider ในลักษณะของการเช่าใช้ สามารถเพิ่ม ลดขนาดของเครื่องที่

ใช้งานได้ตลอดเวลาเนื่องจากผู้ให้บริการจะมี Resource ไว้เพียงพอต่อการขยายการใช้งานเหมาะ

สำหรับธุรกิจและองค์กรทุกระดับ

2. Private Cloud เป็น Cloud ที่สร้างขึ้นและใช้งานภายในองค์กรเท่านั้นเหมาะสำหรับองค์กรที่

ต้องการความเป็นส่วนตัวและเน้นเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลเป็นพิเศษ

3. Hybrid Cloud เป็นการนำเอา Public Cloud และ Private Cloud มาใช้งานร่วมกัน

หมายเหตุ : นอกจากการใช้ Hybrid Cloud ที่เป็นการนำเอาข้อดีของ Cloud 2 ประเภทคือ Public Cloud และ Private Cloud มาใช้งานร่วมกัน ยังมีการใช้งานอีกลักษณะหนึ่ง เรียกว่า Multi Cloud คือ การใช้ Public Cloud กับผู้ให้บริการมากกว่า 1 ราย

โดยการทำระบบ ERP ขององค์กร ไปใช้งานบน Cloud Solution แบ่งได้ 3 ประเภท ตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน คือ

1.Infrastructure-as-a-Service (IaaS) คือ การให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที

(Infrastructure) และระบบการจัดเก็บข้อมูลขององค์กร (Storage) เพื่อรองรับการใช้งาน Software

และApplication เช่น Microsoft Azure, Dropbox, Google Drive for business, Amazon Web

Services

2.Platform-as-a-Service (PaaS) คือ การให้บริการด้าน Platform สำหรับผู้ใช้งานเช่น Developer

ที่ทำงานด้าน Software และ Application โดยผู้ให้บริการ Cloud จะจัดเตรียมสิ่งที่จำเป็นต้องใช้ใน

การพัฒนา Software และ Application เอาไว้ให้ เช่น Database Server, Web Application

เป็นต้น

3.Software-as-a-Service (SaaS) คือการให้บริการด้าน Software และ Application ผ่านทาง

อินเตอร์เน็ต คล้ายกับการเช่าใช้ คิดค่าบริการตามลักษณะการใช้งาน เช่น Oracle Fusion Cloud

หรือ Microsoft Dynamic 365