7 แนวโน้มกลยุทธ์ Cloud ระดับองค์กรที่กำลังเขย่าวงการ IT
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ
ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเปลี่ยนกฎเกณฑ์ทางธุรกิจอย่างสิ้นเชิง กลยุทธ์คลาวด์ขององค์กรไม่ใช่แค่เรื่องโครงสร้างพื้นฐานอีกต่อไป แต่คือการออกแบบใหม่ทั้งระบบ เพื่อให้การประมวลผล ข้อมูล และความสามารถเฉพาะอุตสาหกรรม ตอบสนองผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง
- สถาปัตยกรรม Hybrid Cloud ที่ปรับให้เหมาะกับ AI มาแล้ว
ปัจจุบัน งานประมวลผลด้าน AI กลายเป็นแรงผลักดันหลักในการออกแบบระบบคลาวด์ องค์กรจึงสร้างระบบแบบไฮบริด ที่รวมระหว่าง public cloud, private cloud และ edge computing เพื่อดึงการประมวลผลเข้าใกล้ข้อมูล ลดเวลาแฝง ควบคุมต้นทุน และตอบสนองข้อกำหนดด้านความปลอดภัย กล่าวได้ว่า กลยุทธ์คลาวด์และกลยุทธ์ AI กำลังกลายเป็นสิ่งเดียวกัน
- การเลือกใช้คลาวด์เฉพาะกลุ่มธุรกิจ (Vertical Cloud) กำลังมา
แพลตฟอร์มคลาวด์ทั่วไปเริ่มถูกแทนที่ด้วยคลาวด์ที่ออกแบบเฉพาะกลุ่มธุรกิจแต่ละอุตสาหกรรม เช่น การแพทย์ การผลิต การเงิน หรือค้าปลีก ซึ่งมาพร้อมกับโมเดลข้อมูล, analytics และเครื่องมือ AI ที่ปรับจูนมาให้เรียบร้อย
ช่วยให้องค์กร deploy ได้เร็วขึ้น มีความสอดคล้องกับ compliance และสร้างคุณค่าเชิงธุรกิจได้เร็วกว่าคลาวด์ทั่วไป
- ERP แบบเดิมบน On-Prem กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ Cloud
การโยกย้ายระบบ ERP จาก on-premise ขึ้นสู่คลาวด์ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่มีความซับซ้อน เช่น โรงพยาบาล หรือมหาวิทยาลัย
แม้จะต้องทบทวนกระบวนการเดิมทั้งหมด แต่ผลที่ได้คือระบบที่ใช้งานง่ายขึ้น ยืดหยุ่น และลดภาระของทีมไอทีในระยะยาว
- งานประมวลผล AI/ML กลายเป็นงานหลักขององค์กร
AI/ML ไม่ได้เป็นเพียง “ตัวเสริม” อีกต่อไป แต่กลายเป็นหัวใจของการดำเนินงานในองค์กร ระบบคลาวด์ที่รองรับ AI อย่างยืดหยุ่น ขยายได้ และเสถียร คือหัวใจสำคัญของความสามารถในการแข่งขัน งบประมาณและการวางแผนโครงสร้างพื้นฐานในปี 2025 จึงเริ่มเน้นไปที่ความพร้อมด้าน AI เป็นหลัก
- เลือกวาง Workload อย่างชาญฉลาดตามผลลัพธ์ที่ต้องการ
องค์กรเริ่มเปลี่ยนแนวคิด “ทุกอย่างต้องอยู่บนคลาวด์” แล้วหันมาเลือกสถานที่วาง workload ตามผลลัพธ์ทางธุรกิจ เช่น ประสิทธิภาพ ต้นทุน ความเสี่ยง และ compliance บาง workload อาจต้องถูกนำกลับมาไว้ on-prem เพื่อควบคุมต้นทุน หรือปกป้องข้อมูลที่มีความอ่อนไหว
- FinOps และการควบคุมต้นทุนกลายเป็นกลยุทธ์หลัก
การใช้ AI บนคลาวด์ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างมาก CIO เกือบครึ่งยอมรับว่าการควบคุมค่าใช้จ่ายบนคลาวด์คือปัญหาอันดับต้น ๆ FinOps จึงไม่ใช่แค่เรื่องงบไอทีอีกต่อไป แต่รวมถึงการจัดการค่าใช้จ่าย AI, ใบอนุญาตซอฟต์แวร์ และการตรวจสอบการใช้งานที่เกินความจำเป็น
- Hybrid และ Edge Computing ตอบโจทย์ความหน่วงต่ำและข้อบังคับข้อมูล
การใช้ Hybrid Cloud ร่วมกับ Edge Computing ยังคงเติบโต โดยเฉพาะในงานที่ต้องการ real-time response และมีข้อบังคับด้าน data sovereignty (กฎหมายควบคุมข้อมูลภายในประเทศ) แนวโน้มนี้ช่วยให้ข้อมูลไม่ต้องเดินทางไกล ลดความหน่วง และช่วยให้องค์กรควบคุมความปลอดภัยได้มากขึ้น
ประเด็นใหม่ที่กำลังมาแรง – ความปลอดภัย, ความยั่งยืน และการผูกขาด Ecosystem
ในขณะที่องค์กรหันมาใช้ Vertical Cloud และ Hybrid Cloud มากขึ้น ความเสี่ยงด้าน lock-in กับ vendor ผูกขาดกับ Vendor, ความปลอดภัยข้อมูล และข้อบังคับกฎหมาย ก็ทวีความสำคัญ ผู้ให้บริการจึงเริ่มเสนอโซลูชันแบบ multi-cloud, confidential computing และเครื่องมือการบริหารจัดการด้าน security และ carbon footprint อย่างเข้มข้น
กลยุทธ์คลาวด์ในยุคนี้ไม่สามารถแยกจาก AI, ความต้องการเฉพาะอุตสาหกรรม และเป้าหมายทางธุรกิจได้อีกต่อไป
7 แนวโน้มสำคัญ—ไม่ว่าจะเป็น Hybrid Cloud เพื่อ AI, Vertical Cloud, ERP บนคลาวด์, AI/ML workload, การวาง workload แบบชาญฉลาด, การบริหารต้นทุน และ Edge Computing—ทั้งหมดนี้กำลังเปลี่ยนวิธีที่องค์กรคิด วางแผน และใช้เทคโนโลยี ความสำเร็จในวันนี้จึงอยู่ที่การมอง “คลาวด์” แบบรอบด้าน และออกแบบให้ตอบโจทย์ธุรกิจทั้งในแง่ประสิทธิภาพ ต้นทุน กฎหมาย และอนาคตที่ยั่งยืน
ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเอ-โฮสต์ (A-HOST) ได้ที่ www.a-host.co.th
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท เอ-โฮสต์ จำกัด โทร. 02-298-0625-32 ต่อ 4509
หรืออีเมล channelmarketing@a-host.co.th